หนุ่มกระโดดข้ามรั้วเข้าไปขโมยสุนัขผู้หิวโหย จากเจ้าของที่ปล่อยปละละเลย

หากเรานึกถึงแนวคิดจากเรื่องราวอันโด่งดังที่ชื่อว่า Dark Knight ว่า “เขาเป็นฮีโร่ที่เราต้องการ แม้การกระทำของเขาอาจดูไม่สมควร” เราลองมาอ่านเรื่องราวของชายคนนี้ เขามีชื่อว่า Hailing “อาศัยอยู่ที่ไหนสักแห่งในแถบทะเลแคริบเบียน” ซึ่งขณะที่เขากำลังขับรถไปตามถนนในวันหนึ่ง เขาได้หยุดอยู่ที่หัวมุมถนน และเขาได้เห็นสุนัขที่ถูกผูกสายจูงไว้

เมื่อชายคนนี้มองเห็นเจ้าสุนัขที่อยู่ในสภาพที่เลวร้าย เขารู้ในทันทีว่าเขาต้องลงมือทำอะไรสักอย่าง

บ้านเรือนในแถบแคริบเบียนส่วนใหญ่มักจะสร้างรั้วจากการใช้โซ่เชื่อมต่อกัน นั่นทำให้ผู้คนสามารถมองเห็นภายในบริเวณบ้านได้ชัดเจน และผ่านรั้วบ้านหลังหนึ่ง เขาได้เห็นสุนัขตัวหนึ่งซึ่งอยู่ในสภาพที่น่าสงสาร “มันมีสภาพสกปรก” และ “กำลังขดตัวเป็นลูกบอล” เมื่อเขาลองพิจารณาจากสภาพที่น่ากลัวของมันที่เขาเห็น เขาก็จะสามารถจินตนาการได้ถึงความทรมานที่เจ้าสุนัขต้องอดทนอยู่ เขาตระหนักได้ในทันทีว่าเขาต้องพาเจ้าสุนัขออกมาจากที่นั่น

และต่อไปนี้คือเรื่องราวทั้งหมดที่เขาได้เล่าไว้

เนื่องจากในโพสต์ล่าสุดของฉัน ฉันยังไม่ได้บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดไว้ ฉันอาศัยอยู่ในบริเวณแถบแคริบเบียนที่บ้านเรือนส่วนใหญ่มักจะให้เพียงโซ่ร้อยต่อกันเพื่อทำเป็นรั้ว ทำให้คนที่ผ่านไปมาสามารถมองเห็นบริเวณของบ้านส่วนใหญ่ และในวันนี้ ขณะที่ฉันกำลังขับรถและหยุดรถอยู่ตรงบริเวณมุมถนน ฉันได้มองออกไปทางซ้ายมือ ฉันมองเห็นแสงอาทิตย์ที่ไกลออกไปในระยะประมาณ 5 ฟุต ส่องไปที่อะไรสักอย่างที่กำลังขดกลมเป็นลูกบอลตรงนั้น นั่นทำให้หัวใจของฉันตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม และในตอนนั้นฉันรู้ในทันทีว่าฉันจะต้องเข้าไปนำเจ้าสุนัขตัวนั้นออกมา ดังนั้นฉันจึงกลับไปเอารถกระบะ และพยายามเรียกมันออกมา มันมองมาที่ฉันแล้วทำท่ากระดิกหาง

ฉันพยายามเรียกคนภายในบ้าน เพื่อลองจะดูว่ามีใครในบ้านจะออกมาหรือไม่ แต่หลังจากที่ฉันพยายามเรียกมันอยู่สักพักก็ไม่มีใครออกมา ทำให้ฉันมั่นใจว่าไม่มีคนอยู่ในบ้าน ฉันกลับไปที่รถ แล้วมองดูที่ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินอยู่บนถนนและมองเห็นในสิ่งเดียวกับที่ฉันเห็น ซึ่งเขาได้กล่าวว่า “ไม่นะ! เจ้าสัตว์ตัวนั้นอยู่ในสภาพที่ดูเลวร้ายมาก” และฉันได้กล่าวกับเขาว่า “ใช่ และฉันคิดว่าฉันอยากจะนำมันกลับไปเลี้ยงที่บ้านเอง” เขาหันมามองที่ฉันแล้วพูดว่า “มีแค่รั้วนั่นเท่านั้นที่ขวางคุณอยู่ คุณจะต้องกระโดดข้ามมันไป และนำสุนัขส่งมาให้ฉัน”

ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจกระโดดข้ามรั้วเข้าไปแล้วอุ้มมันมาส่งให้ชายคนนั้น และกระโดดข้ามกลับมา หลังจากที่เราทำมันสำเร็จเขาได้ตบที่หลังฉันเบาๆ แล้วเราก็กล่าวอำลากัน

ฉันได้ขับรถผ่านบ้านหลังนี้หลายครั้ง แต่ฉันก็เลือกที่จะแค่ขับรถผ่านไป เพราะฉันรู้ว่าฉันได้นำสิ่งที่สำคัญที่สุดออกมาจากบ้านหลังนั้นแล้ว และนั่นคือเจ้า Sunny ที่มาจากการรับเลี้ยง ไม่ต้องเสียเงินซื้อ และไม่ต้องอุดหนุนศูนย์เพาะพันธ์ุ

เขาเดินเข้าไปหาเจ้าสุนัขแล้วตะโกนเรียกมัน และมันก็ได้แสดงท่าทางกระดิกหาง มันกำลังหิวโหย ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องการอาหาร แต่มันยังต้องการความรักด้วย เขาตะโกนเรียกคนในบ้านเผื่อมีใครตอบกลับออกมา และเมื่อไม่มีใครออกมา เขาก็รู็ในทันทีว่าไม่มีใครอยู่บ้าน

ขณะที่เขากลับไปที่รถ มีคนที่ผ่านมาสังเกตเห็นความผิดปกตินั้น พวกเขาทั้งสองรู้สึกเห็นอกเห็นใจเจ้าสุนัขที่อยู่ในสภาพที่น่าสงสารตัวนั้น ดังนั้นชายผู้นั้นจึงแนะนำให้เขากระโดดข้ามรั้วและส่งสุนัขออกมา ฮีโร่ของเรื่องราวนี้เลือกทำตามที่คำแนะนำ จากนั้นเขาได้นำมันขึ้นรถปิคอัพ และกล่าวคำอำลาซึ่งกันและกัน แล้วเดินทางออกจากที่นั่น

เขานำเจ้า Sunny กลับบ้าน ตอนนี้มันหายดี รวมถึงมีชีวิตที่มีความสุขและปลอดภัย

เขาตั้งชื่อมันว่า Sunny มันได้หายเป็นปกติแล้ว หลังจาก 2 เดือนผ่านไปมันดูดีขึ้นมาก เรื่องราวของฮีโร่คนนี้ได้รับความสนใจอย่างมากบน Reddit ที่เขาได้เขียนแบ่งปันเรื่องราวนี้ไว้ เรื่องราวของเขามีการกดไลค์ถึง 131k ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็นรวมถึงมีการแบ่งปันเรื่องราวที่คล้ายกันถึง 4.1k ครั้ง

มีหลายความคิดเห็นที่ถกเถียงกันในเรื่องเกี่ยวกับการกระทำที่ผิดกฎหมายซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปในแนวทางที่ดีและเป็นการให้กำลังใจ มีบางคนคิดว่าการกระทำที่เขาได้ทำนั้นเป็นการแสดงความกล้าหาญและชอบธรรม แต่ในขณะที่บางคนกังวลเกี่ยวกับความถูกต้องของกฎหมาย

ซึ่งผู้ใช้ Reddit คนหนึ่งได้แนะนำให้แจ้งกองการควบคุมสัตว์ของรัฐ เมื่อเราพูดถึงการช่วยเหลือ เราอาจไม่ได้เจอกับเรื่องราวที่เขียนนี้เสมอไป นั่นอาจเป็นเรื่องเทาๆ ในส่วนของกฎหมาย หรือถือเป็นการกระทำที่ดีมากในทางศีลธรรม คุณมีความเห็นว่าอย่างไร?

ที่มา : boredpanda