เรื่องราวของน้อง “ไข่ตุ๋น” ถึงแม้จะจากไป 7 เดือนแล้ว แต่คนเป็นพ่อ-แม่ก็ยังน้ำตาไหลไม่หยุด

สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ทุกคนย่อมรู้ดีว่าสัตว์เลี้ยงกับเราจะต้องแยกจากกันไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง และการที่พวกเราได้ยอมรับสัตว์เลี้ยงซักตัวเข้ามาในชีวิตหมายถึงว่าพวกเขาเป็นหนึ่งในสมาชิกในครอบครัวที่สำคัญ ดังนั้นในวันที่ต้องลาจากกันไปก็ทำให้เจ็บปวดหัวใจไม่ต่างจากเสียคนสำคัญในครอบครัวไป

เรื่องราวของคุณ ใหม่ อภิญญา ที่ได้แบ่งปันในกลุ่ม “ทาสแมว” ถึงเรื่องราวของน้องไข่ตุ๋น ที่ตอนนี้ผ่านมา 7 เดือนเต็มแล้ว แต่ว่ายังทำใจไม่ได้ น้ำตายังไหลไม่หยุด ซึ่งทำให้ชาวเนตส่วนใหญ่น้ำตาซึมไปตามๆกัน ด้วยภาพที่บอกเล่าเรื่องราวความรัก ความผูกพันด้านล่างนี้ครับ

.

สวัสดีครับ ผมชื่อไข่ตุ๋น

.

ผมมาจากลำลูกกา แม่ซื้อผมมา 1,000 บาท

.

นี่คือผมตอนเด็กๆครับ

.

ผมมีพี่ชายชื่อเกาเหลา พวกเรารักกันมาก

.

คุณพ่อของผมครับ

.

คุณแม่ของผมครับ

.

ทุกคนบอกว่าผมอ้วน แต่ผมหนักแค่ 8 กิโลกรัมเอง

.

ปี 2561 ผม 6 ขวบแล้ว

.

ครั้งแรกที่แม่รู้ว่าผมป่วยคือผมนั่งเบ่งฉี่นานมาก

.

ครั้งแรกผมไปหาหมอ หมอบอกผมกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

.

ผมกินยาประมาณ 1 เดือนอาการก็ไม่ดีขึ้น

.

แม่ชอบตามใจผม เพราะรู้ว่าผมเจ็บ

.

ผมปวดท้องมาก แม่บอกเดี๋ยวตอนเช้าพาไปหาหมอครับ

.

แม่พาผมไปหาหมออีกโรงพยาบาล หมอบอกผมเป็น “นิ่ว”

.

หมอมารุมผมเยอะเลย หมออยากเห็นแมวอ้วนแบบผมละมั้ง

.

ต้องไปให้น้ำเกลือใต้ผิวหนังทุกวัน

.

ผมไม่ชอบโรงพยาบาล แม่มารับผมโวยวายเสียงดัง

.

หมอให้ผมใส่ท่อฉี่ 3 วัน

.

ผมต้องนอนในกรงอึดอัดจังครับ

.

ครบ 3 วันได้ถอดท่อฉี่แล้ว

.

แต่วันที่ผมน่าจะต้องดีขึ้น กลับต้องแย่ลง

.

หมอบอกปอดผมเป็นสีขาวหมดเลย แม่พาผมไปหาหมอแต่ผมสู้ไม่ไหวแล้ว

.

ผมเห็นพ่อกับแม่นั่งร้องไห้

.

ผมไม่หายใจแล้ว พ่อกับแม่พาผมกลับบ้าน

.

ผมสงสารพ่อกับแม่จัง

.

คืนนี้ผมนอนกับพ่อและแม่ทั้งคืน

.

และแล้วผมก็ต้องจากไปจริงๆ เหลือไว้เพียงรูปถ่าย

.

ผมหลับแล้ว พ่อกับแม่ไม่ต้องเป็นห่วงผมนะ

.

ผมรักทุกคนครับ

.

ฝากคิดถึงไข่ตุ๋นแมวอ้วน ที่เป็นที่รักดั่งดวงใจของคนเป็นพ่อและแม่

.

เชื่อว่าใครที่อ่านมาถึงตรงนี้คงจะรู้สึกใจหายและน้ำตาซึมไม่มากก็น้อย เพราะเรื่องราวของไข่ตุ๋นได้สะท้อนให้กลับมามองชีวิตของตัวเองกับแมวที่เลี้ยงเหมือนกัน

ที่มา : ทาสแมว / ใหม่ อภิญญา

หากคุณชื่นชอบเรื่อง หมาๆ แมวๆ และสัตว์โลกน่ารัก สามารถอ่านเรื่องราวด้านล่าง หรือติดตามได้ที่แฟนเพจ Dog vs Cat แมวซ่าส์ หมาบ๊องส์