เปิดชีวิตของ “รถถังไอตูดหมึก” ลาบาดอร์ตกเกรดที่กว่าจะมีวันนี้ได้

เมื่อเร็วๆนี้ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊คว่า กานต์พิชชา ธนวัตถาภรณ์ ได้แบ่งปันเรื่องราวของเธอลงในกลุ่มรักหมาทำไมถึงเลี้ยงลาบาดอร์ตกเกรด และเรื่องราวของเธอทำให้มีชาวเนตกดไลค์มากกว่าหนึ่งหมื่นแปกพันครั้งและแชร์เรื่องราวไปมากกว่าหนึ่งพันห้าร้อยครั้งเลยทีเดียว เราลองไปอ่านเรื่องราวและเหตุผลมาทำไมกัน

มีคำถามจากทุกคนที่เห็นหมาเราที่มีชื่อว่า “รถถัง” วันที่ 17 กันยายน 2560 เราขับรถไปดูน้องหมาที่ฟาร์มต่างจังหวัด (มาตรฐานคอก การเลี้ยงจัดว่าอยู่ในระดับดี) มีน้องหมาให้เลือกจำนวน 8 ตัว ทุกตัวน่ารัก อ้วนน่าฟัดตามแบบฉบับของลาบราดอร์น้อยทั่วๆไป

.

แต่มีอยู่ตัวนึงที่ถูกแยกออกไป น้องนอนอยู่ในตะกร้าเล็กๆ มีผ้าเน่าๆอยู่ข้างๆ 1 ผืน ภาพที่เห็นคือ “น้องนอนดูดผ้าเน่าแทนนมแม่” สอบถามได้ข้อมูลตอบกลับสั้นๆว่า น้องมียีนด้อย น้องขายไม่ได้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องแยกน้องออกไป เพาะน้องจะได้ไม่ต้องมาแย่งกินนมกับพี่น้องตัวที่เกิดมาสมบูรณ์แบบ สวย และมีราคา

หิวนมก็ปล่อยให้ร้องไปจนหมดแรง ได้แต่นอนดูดผ้าเน่าๆจนหลับไป น้องตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับพี่น้องตัวอื่น ไม่มีอะไรต้องคิดแล้ว ตอนนั้นถามเจ้าของหมาสั้นๆว่า ตัวตูดดำนี้ขายเท่าไหร่ จ่ายเงินแล้วอุ้มขึ้นรถกลับบ้านเลย

.

รถถังหมาใจดี เป็นมิตรกับทุกสิ่ง ขาโต๊ะ ขาเก้าอี้ ตู้เสื้อผ้า ขอบประตู ล้วนผ่านรอยจูบจากพี่ถังทั้งบ้าน พี่รถถังครับ ปานดำที่ก้นของหนู มันอาจจะทำให้หนูดูไม่สวยงาม ทำให้หนูดูไม่มีราคา และถูกตัดสินว่าหนูคือยีนด้อยที่ไม่สมควรให้เติบโต

แต่สำหรับแม่แล้วปานดำนี้คือสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติให้หนูมา ไม่ว่าพี่ถังจะหลงเข้าไปอยู่ในกลุ่มลาบราดอร์กี่พันตัว แม่ก็ยังจะหาพี่ถังของแม่เจอ เพราะหนูไม่เหมือนใคร ^^ ไอ้ตูดหมึก และทุกวันนี้ ขวบกว่าแล้วก็ยังคงนอนดูดผ้าจนหลับ

.

ภายหลังที่โพสต์ไปก็มีคอมเม้นท์มากมายจากชาวเนต เพราะว่าเรื่องราวมันซึ้งจนเก็บอารมณ์ไว้ไม่อยู่จริงๆ

ที่มา : รักหมา

หากคุณชื่นชอบเรื่อง หมาๆ แมวๆ และสัตว์โลกน่ารัก สามารถอ่านเรื่องราวด้านล่าง หรือติดตามได้ที่แฟนเพจ Dog vs Cat แมวซ่าส์ หมาบ๊องส์