สาวน้ำตาซึมบอกลาแมว ขอบคุณช่วงเวลา 22 ปีที่อยู่ด้วยกัน

สำหรับคนเลี้ยงสัตว์ทั้งหลายคงจะเข้าใจความรู้สึกเป็นอย่างดีในเวลาที่สูญเสียสัตว์เลี้ยงไป เพราะว่าสัตว์เลี้ยงอายุขัยสั้นกว่ามนุษย์อย่างเราๆมากนัก สำหรับเรื่องราวของชาวเน็ตท่านหนึ่งทีมีชื่อว่า Molia Lin ชาวไต้หวัน เธอกำลังจะสูญเสียแมวไปตามอายุขัย เพราะว่าเธอเลี้ยงมันมานานกว่า 22 ปีแล้ว

เธอได้แบ่งปันเรื่องราวลงบนเฟสบุ๊คของเธอโดยเล่าเรื่องที่เธอได้เจอกับแมวของเธอที่มีชื่อว่า Lala เมื่อ 22 ปีก่อน ซึ่งตอนนั้นมันมีอายุเพียง 6 เดือนเท่านั้น และเหมือนกับว่าเธอถูกชะตากับมันอย่างมาก ในที่สุดตัดสินใจรับเลี้ยงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ตั้งแต่วันนั้นเธอก็ไม่เคยคิดว่าจะอยู่กับ Lala ได้นานเท่าไร เพราะทุกวันทุกเดือนทุกปี เธอก็ทำสิ่งที่ดีที่สุดและใช้เวลาร่วมกับมัน Lala เป็นแมวที่มีมารยาทดีมาก ไม่ดื้อไม่ซน ในเวลาที่เธอกลับบ้านก็จะเจอมันนอนรอบนเตียงอยู่เสมอ

Lala ชอบที่จะเดินไปมาระหว่างกล้องวงจรปิดที่ทาง Molia ติดตั้งไว้ดูระหว่างวัน ซึ่งมันอาจจะรู้ก็ได้ว่าเธอกำลังดูมันอยู่ ทั้งคู่มีความสุขมากจนกระทั่งเวลาผ่านมา 22 ปี จนกระทั่งไม่นานมานี้ Lala ก็เริ่มไม่อยากกินอาหาร วันๆเอาแต่นอน ซึ่งเธอได้พาไปหาหมอและสัตวแพทย์ก็บอกว่ามันเป็นไปตามอายุขัย ซึ่งคาดว่าอาจจะเหลือไม่มากแล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน Lala ก็เริ่มไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไรได้แล้ว ทุกวันก็อ่อนแอลง ซึ่งทาง Molia ก็ปวดใจอย่างมาก แต่ว่ามันก็เป็นไปตามกฎของธรรมชาติซึ่งเธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากอยู่ดูแลอย่างใกล้ชิดทุกๆวัน

ถึงแม้ว่าเจ้า Lala จะแก่มากแล้วแต่ว่ามันก็ยังจดจำ Molia ได้เป็นอย่างดี

ซึ่ง Molia พยายามจะเข้มแข็งและไม่ร้องไห้ แต่ว่าคืนหนึ่ง Lala นอนน้ำตาซึม ทำให้เธอร้องไห้ออกมาทันที เจ้า Lala อาจจะรู้สึกขอบคุณและซาบซึ้งที่เธอดูแลมันเป็นอย่างดี หรือมันอาจจะเสียใจที่จะไม่ได้อยู่กับเธอแล้วก็ได้

Molia บอกว่า “ไม่ต้องกลัวนะ ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดตลอด 22 ปี และแม่รักหนูนะ”

และในคืนนั้น Lala ก็จากเธอไปอย่างสงบ เหลือแต่เพียง Molia ที่ยังร้องไห้เสียใจถึงการจากไป ซึ่งเธอได้บอกว่าการดูแลสัตว์เลี้ยงก็เหมือนกับการปฏิบัติต่อสมาชิกในครอบครัว อย่าคิดว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องหรือไม่เข้าใจอะไร สัตว์เลี้ยงทุกตัวมีความรักต่อเจ้าของจริงๆ ตั้งแต่วันแรกของการเลี้ยงดู เราต้องใช้ชีวิตทุกนาทีกับพวกเขาให้คุ้มค่าที่สุด เพราะซักวันพวกเราก็ต้องจากกัน

ที่มา : Facebook / omgtw