พารู้จักแมวตีนดำลายเสือสุดยอดนักล่า แต่ว่าน่ารักหนักมาก!!

แมวตีนดำ (Black-footed cat) เป็นแมวขนาดเล็กที่สุด และเป็นแมวถิ่นเดียวที่พบในเขตแห้งแล้งทางตะวันตกเฉียงใต้ของตอนใต้ทวีปแอฟริกา ได้รับการจัดเป็นชนิดที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์โดย IUCN เมื่อปี ค.ศ. 2002

.

แมวตีนดำเป็นแมวขนาดเล็กมาก โดยเฉพาะตัวเมียมีน้ำหนักเพียง 0.8-1.6 กิโลกรัม ส่วนตัวผู้หนักเพียง 1.6-2.1 กิโลกรัม ความยาวลำตัวประมาณ 50 เซนติเมตร ความสูงที่หัวไหล่เพียง 25 เซนติเมตร พอจะถือว่าเป็นแมวป่าที่เล็กที่สุดในโลก แมวป่าชนิดอื่นที่มีขนาดเล็กใกล้เคียงกันได้แก่แมวจุดสีสนิมและแมวคอดคอด

.

แมวตีนดำมีขนหนาหนุ่ม มีสีตั้งแต่สีน้ำตาลอ่อนอมเหลืองจนถึงน้ำตาลแดง มีลายเป็นจุดกลมสีเข้มตามลำตัว บางจุดมีการเชื่อมต่อกันเป็นสายสั้น ๆ หรือเป็นวง หัวโตและกว้างเมื่อเทียบสัดส่วนกับลำตัว ตาโต สีเหลืองอำพันหรือสีน้ำตาลอมเทา คาง หน้าอก ท้อง และขาด้านในมีสีขาว มีเส้นสีเข้มที่แก้มข้างละสองเส้น หูใหญ่มน หลังหูสีน้ำตาลอ่อน

.

ส่วนขามีเส้นสีดำพาดตามแนวนอน มีแถบเข้มที่แก้มก้น อุ้งตีนดำและมีขนยาวสีดำปกคลุมอันเป็นที่มาของชื่อ ตีนที่ดำนี้ช่วยให้รับมือกับพื้นดินอันร้อนระอุของที่กึ่งทะเลทรายที่มันอาศัยอยู่ได้เป็นอย่างดี หางค่อนข้างสั้น มีความยาวราวครึ่งหนึ่งของลำตัว มีปล้องสีดำสองหรือสามปล้อง ปลายหางเรียว สีดำ

.

แมวตีนดำมีสองชนิดย่อย ชนิดย่อย F.n.nigripes มีสีซีดกว่า อาศัยอยู่ทางเหนือ พบในบอตสวานา นามิเบีย และแองโกลา กับชนิดย่อย F.n.thomasi สีเข้มกว่า อยู่ในตะวันออกของจังหวัดเคปและตอนใต้ของประเทศแอฟริกาใต้

.

แมวตีนดำพบเพียงในสี่ประเทศเท่านั้น คือแอฟริกาใต้ บอตสวานา นามิเบีย และตอนใต้ของแองโกลา มักอาศัยอยู่ตามป่าละเมาะทะเลทราย ที่ราบกึ่งทะเลทราย สเตปปส์ รวมถึงในทะเลทรายคาลาฮารีและทะเลทรายคารู สถานที่ที่แมวชนิดนี้ชอบที่สุดน่าจะเป็นที่ป่าหญ้าสูงที่มีนกและหนู่อยู่ชุกชุม

.

มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับความดุร้ายและความเก่งกาจของแมวชนิดนี้มากมาย เคยมีรายงานว่ามันจู่โจมแกะขนาดเล็กที่หนักกว่าตัวมันถึงสี่เท่า โดยกัดที่คอแล้วปล่อยตัวห้อยจนกระทั่งเขี้ยวเจาะแทงทะลุเส้นเลือด บ้างกล่าวว่าแมวตีนดำถึงกับล่ายีราฟได้เลยทีเดียว แต่ความจริงแล้วแมวชนิดนี้ล่าสัตว์ฟันแทะเช่นหนู เจอร์บิล กระรอกดิน และหนูกระเป๋า (pouched mouse) เป็นอาหารหลัก

.

บางครั้งก็ล่าสัตว์ที่หนักพอกับตัวมันเองได้เหมือนกัน เช่น กระต่ายป่าเคป ไข่ก็เป็นของชอบของแมวตีนดำเหมือนกัน มันกินไข่โดยขบเปลือกอย่างแผ่วเบาด้วยกรามแล้วเลียกินของเหลวจากไข่ที่ไหลออกมา นอกจากนี้ยังล่า นก แมลง และสัตว์เลื้อยคลาน สำหรับแมลงดูเหมือนว่าแมวตีนดำชอบกินแมงมุมเป็นพิเศษ

.

แมวตีนดำเป็นแมวถือสันโดษ หากินตอนกลางคืนเป็นหลัก ตัวที่อาศัยอยู่ในเขตคุ้มครองมีแนวโน้มหากินช่วงฟ้าสางและพลบค่ำมากขึ้น

.

ส่วนตอนกลางวันที่ร้อนระอุจะหลบอยู่ตามโพรงปลวกหรือโพรงเก่าของสัตว์ชนิดอื่นเช่นโพรงของกระต่ายป่าเคป หรืออาจเป็นซอกหิน อุปนิสัยที่ชอบพักอยู่ตามโพรงปลวกทำให้มีชื่อในภาษาท้องถิ่นที่มีความหมายว่า “เสือจอมปลวก”

.

แม้ว่าแมวตีนดำปีนป่ายได้เก่ง แต่มักจับหนูและนกที่อาศัยอยู่ตามพื้นมากกว่า ในการล่าสัตว์จำพวกหนู แมวตีนดำจะซุ่มรออยู่หน้ารูคอยจับเหยื่อที่โผล่ออกมา ส่วนการล่านกจะใช้วิธีกระโดดตะปบกลางอากาศ มันสามารถกระโดดได้สูงถึง 1.5 เมตรและไกลถึง 2 เมตรเลยทีเดียว

.

ศัตรูตัวฉกาจของแมวชนิดนี้คือ งู หมาจิ้งจอก และนกเค้าขนาดใหญ่ เมื่อมีภัยกร้ำกรายครอบครัวแมว แม่จะร้องเตือน ลูก ๆ จะหยุดนิ่งไม่ขยับเขยื้อน รอจนกระทั่งแม่ส่งเสียงต่ำสั้น ๆ พร้อมกันยกหูตั้งขึ้น จึงค่อยเข้าไปหาแม่

.

แมวชนิดนี้ถูกคุกคามจากกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์หลายด้าน การล่าไม่ใช่ภัยคุกคามหลัก การเลี้ยงปศุสัตว์เป็นจำนวนมากเกินไปเป็นการรุกล้ำและจำกัดเขตหากินของแมวตีนดำรวมทั้งลดจำนวนของสัตว์เหยื่อของแมวอีกด้วย บางพื้นที่มีการวางยาเบื่อเพื่อกำจัดคาราคัล แมวป่าแอฟริกา และหมาจิ้งจอก แต่การกระทำเช่นนี้ย่อมคุกคามชีวิตของแมวตีนดำด้วยเนื่องจากแมวตีนดำกินซากเหมือนกัน ยากำจัดแมลงจำพวกตั๊กแตนก็เป็นภัยต่อแมวด้วย นอกจากนี้แมวตีนดำไม่น้อยก็ต้องตายเพราะหมาของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้ไล่หมาจิ้งจอก

.

แมวตีนดำเป็นสัตว์หายากมีจำนวนน้อย แม้จะพบได้บ่อยในบางพื้นที่ก็ตาม ไอยูซีเอ็นประเมินสถานภาพว่าอยู่ในระดับเสี่ยงสูญพันธุ์ (2550) ไซเตสจัดไว้ในบัญชีหมายเลข 1

.

ในแหล่งเพาะเลี้ยง แมวตีนดำมีอายุโดยเฉลี่ยประมาณ 13 ปี

.

ขอบคุณภาพประกอบ : huffingtonpost

ที่มา : verdantplanet

หากคุณชื่นชอบเรื่อง หมาๆ แมวๆ และสัตว์โลกน่ารัก ติดตามได้ที่แฟนเพจ Dog vs Cat แมวซ่าส์ หมาบ๊องส์