เคล็ดลับการตามหาแมวที่หายไป รู้ไว้เป็นประโยชน์แน่นอน

ถ้าแมวของคุณหายไปเป็นไปได้หลายอย่างอาจเกิดขึ้นทำให้มันกลัวและรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย มันอาจจะหลบซ่อนตัวและไม่ตอบสนองต่อเจ้าของก็ได้ วันนี้แอดมาแนะนำวิธีการค้นหาแมวที่หายไปกันครับ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนใหญ่ๆดังนี้

โดยจะขออนุญาตข้ามเรื่องของการโพสต์ Social Media ต่างๆเพื่อค้นหานะครับ เพราะว่าหลายๆท่านน่าจะทราบกันดีอยู่แล้ว โดยจะขอเป็นวิธีการหาด้วยตนเองในระแวกหรือบริเวณบ้านที่หายไปครับ

ขั้นตอนที่ 1 การค้นหาอย่างมีประสิทธิภาพ

1.1 เมื่อรู้ตัวว่าแมวหายให้เริ่มการค้นหาทันที ในบริเวณที่มันหาย ถ้าเป็นที่บ้านให้เริ่มค้นหาจากบ้านถัดออกไปซัก 5 หลังก่อนอย่างละเอียด

okd1

แน่นอนว่าการที่แมวหายทำให้คุณอารมณ์เสียและเป็นกังวลใจเป็นอย่างมาก แต่คุณจะต้องใจเย็นๆและตั้งสติให้ดี และคิดให้ดีว่าแมวคุณน่าจะไปอยู่ในที่ไหน

1.2 พกไฟฉายตลอดเวลา แม้ในเวลากลางวัน

okd2

ไฟจากไฟฉายสามารถที่จะกระทบตาของแมวให้เราเห็นชัดขึ้น เวลาเราหาตามพุ่มไม้ หรือซอกหลืบต่างๆ เนื่องจากว่าแมวที่หายไปจะซ่อนตัวตามสถานที่มืดๆที่มันคิดว่าตัวเองปลอดภัย

1.3 ใช้เสียงที่อ่อนนุ่มในการเรียกแมว

okd3

อย่าลืมว่าแมวที่หนีไปคือแมวที่ตกใจกลัว มันอาจไม่ตอบสนองกับเสียงของคุณก็ได้ ดังนั้นคุณจะต้องใช้เสียงที่อ่อนนุ่มกว่าปกติเพื่อไม่ให้มันกลัวมากยิ่งขึ้น

1.4 ฟังเสียงรอบข้างอยู่เสมอ

okd4

แมวที่หายไปอาจจะมีการได้รับบาดเจ็บ เช่นอาจจะปีนเล่นบนกำแพงบ้านแล้วพลัดตกมาบาดเจ็บและไปหลบซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ก็ได้ ฉะนั้นการเงียบเป็นบางครั้งเพื่อฟังเสียงต่างๆ อาจช่วยให้หาแมวคุณพบได้

1.5 ห้ามให้มีสัตว์ชนิดอื่นๆอยู่ในระแวกที่ตามหา

okd5

การที่มีสัตว์ชนิดอื่นจะทำให้แมวไม่ไว้วางใจมากยิ่งขึ้น และยิ่งทำให้มันหลบซ่อนตัว ยกเว้นว่าจะเป็นสุนัขที่ฝึกมาโดยเฉพาะให้ดมกลิ่นตามหา อาจจะใช้เสื้อผ้าหรือของใช้แมวเราที่เคยใส่เป็นสื่อนำทางให้สุนัขก็ได้

1.6 นำของเล่นชิ้นโปรดมาล่อ

okd6

หากแมวคุณสัมผัสได้ถึงของเล่นชิ้นโปรดไม่ว่าจะเป็นเสียงเพื่อใช้ในการตามหา หรือของบางอย่างที่มันชอบเล่นก็อาจจะวางไว้บริเวณบ้านเพื่อให้มันบรรเทาอาการกลัวได้

1.7 สอบถามเพื่อนบ้านและให้ช่วยตามหา

okd7

สอบถามเพื่อนบ้านใกล้ๆเพราะแมวคุณอาจจะไปหลบซ่อนตัวที่นั้นก็ได้ และถ้าเพื่อนบ้านพอมีเวลาช่วยเหลือก็อาจจะขออาสาสมัครในการช่วยตามหาด้วยอีกแรง และอย่าลืมเตรียมไฟฉายไปด้วยเหมือนเดิมนะ

1.8 ค้นหาอีกครั้งในตอนค่ำ

okd9

บางครั้งแมวอาจจะรู้สึกกลัวและไม่ปลอดภัยในเวลากลางวัน บางครั้งการออกไปพร้อมไฟฉายและเรียกเบาๆ พร้อมกับฟังเสียงตอบรับ อาจจะทำให้แมวของคุณออกมาจากที่ซ่อนก็เป็นได้

1.9 ติดกล้องแบบ Nightvision ไว้บริเวณบ้าน

okd10

กล้องสมัยนี้ราคาไม่แพงนัก ถ้าเรามีกล้องวงจรปิดก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีก็อาจดัดแปลงจากที่ใช้กับรถหรือว่าที่ใช้ดูเด็กเล็ก เพื่อดูว่าแมวเราออกมาในช่วงกลางดึกหรือไม่

1.10 แมวไม่ย้ายที่อยู่บ่อย จงค้นหาต่อไป

okd11

หากคุณยังคงหาแมวคุณไม่พบ ขอให้หาต่อไป เพราะว่าปกติแล้วแมวจะไม่ย้ายถิ่นที่อยู่อาศัยบ่อยๆ อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ ถ้าพวกมันยังอยู่ในระแวกนี้จะต้องค้นหาเจอแน่ๆ

ขั้นตอนที่ 2 รู้ว่าจะค้นหาที่ไหน

2.1 ค้นหาจุดที่จะสามารถหลบซ่อนตัวได้

okd12

ไม่ว่าจะเป็นพุ่มไม้ ซอกหลืบ โรงรถ หรือกองขยะต่างๆ ให้เริ่มต้นจากสถานที่ๆแมวหายตัวไปก่อนและค่อยๆขยายวงกว้างออกไป

2.2 อย่าลืมมองหาในที่สูง

okd14

ถึงแม้ว่าแมวจะกลัวแต่ว่าพวกมันก็สามารถที่จะปีนต้นไม้ กำแพงหรือบนหลังคาเพื่อซ่อนตัวได้

2.3 ค้นหาในสถานที่อบอุ่น

okd15

แมวเป็นสัตว์ที่ชอบความอบอุ่นอยู่แล้ว ฉะนั้นการหาบริเวณที่มีความร้อนอาจจะเจอก็ได้ เช่น ด้านหลังตู้เย็น หลังคอยน์ร้อนของแอร์ เป็นต้น

2.4 ใช้เวลาคิดว่ามันอาจจะไปติดกับดักที่ไหนได้บ้าง

okd17

แถวบ้านอาจจะมีการก่อสร้าง ถังขยะ หรือแมวอาจจะไปติดในโรงรถของบ้านใครก็เป็นได้ ลองคิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมดอย่างใจเย็น

2.5 ค้นหาภายในบ้านเป็นอันดับแรก

okd18

บางครั้งพวกมันอาจจะซ่อนตัวอยู่ในบางที่ภายในบ้านของเราเอง เพราะว่ามันอาจจะบาดเจ็บหรือกลัวอะไรซักอย่าง มันอาจจะไปซ่อนในสถานที่ที่เรานึกไม่ถึงก็ได้

3. วิธีการหลอกล่อแมวให้กลับมาบ้าน

3.1 วางอาหารโปรดไว้หน้าบ้าน

okd21

วิธีนี้เป็นวิธีที่มผู้คนแนะนำเป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นปลาทูน่ากระป๋องหรืออะไรที่มีกลิ่นแรงๆหน่อย สิ่งที่ต้องระวังก็คือแมวหรือสุนัขจรจัดอื่นๆจะมารับประทานไปแทน ฉะนั้นควรวางไว้ในรั้วบ้านและให้มีคนเฝ้าดูไว้

3.2 มีคนอยู่บ้านอยู่เสมอ

okd22

หากแมวคุณกลับมาที่บ้าน ควรจะมีใครซักคนที่คอยเป็นหูเป็นตาไว้เสมอด้วย

3.3 ใช้กรงดักจับสัตว์

aid140371-900px-Find-a-Lost-Cat-Step-24-Version-4

อย่าลืมที่จะใส่อาหารแมวบางส่วนไว้ข้างในนั้น ตั้งไว้เวลากลางคืนอาจจะเป็นสถานที่ที่มันคุ้นเคย เพื่อให้มันกลับมากิน อาจจะเป็นแมวตัวอื่นก็ได้ แต่ก็ไม่เป็นไรเราแค่ปล่อยไปในตอนเช้าเท่านั้น

จริงๆของต่างประเทศมีเยอะกว่านี้นะครับ แต่ว่าผมเลือกมาเฉพาะวิธีที่คิดว่าน่าจะใช้ได้จริงและมีประโยชน์ อย่างไรขอให้เจ้าเหมียวไม่หายเป็นดีที่สุดครับ เมี๊ยวววว

ที่มา : wikihow