15 วิธีสังเกตอาการป่วยของแมว ที่ทาสแมวควรรู้เอาไว้

หนึ่งในเหตุผลที่คนชอบเลี้ยงแมวก็คือท่าทางผ่อนคลายสบายใจซะเหลือเกินนี่แหละ แมวนั้นเกิดมาเพื่อทำอะไรตามใจ ชีวิตชิลล์ซะจนคนยังอิจฉา วันๆ เอาแต่กิน นอน แล้วก็เล่น แต่รู้ไหมนิสัยที่ว่าอาจเป็นดาบสองคมเอาตอนแมวป่วยนี่แหละ

เพราะแมวจะหนีหายหลบหน้าไปเลยตามสัญชาตญาณ ไม่ก็ทำกิจวัตรประจำวันที่ว่า (อย่างการนอน) เยอะเกินจนน่าเป็นห่วง จะรู้ได้ว่าแมวคุณป่วยขึ้นมาจริงๆ หรือเปล่า คุณต้องหัดสังเกตอาการและพฤติกรรมต่างๆ ที่เปลี่ยนไป

.

1. สังเกตลักษณะท่าทางและพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป

.

1.1 แมวนอนมากแค่ไหน

.

ถ้าแมวป่วยจะนอนเยอะเป็นพิเศษ ถ้าแมวไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ อย่างอ้วก ท้องเสีย ไม่กินอาหาร หรือตัวบวม ให้คุณคอยสังเกตการณ์ต่อไป ถ้ามีอาการที่ว่าเมื่อไหร่ ให้พาไปหาหมอทันที

ถ้าแมวไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย ให้จับตาดู 24 ชั่วโมง (หรือจะพาไปหาหมอก่อนก็ได้ถ้าคุณเป็นห่วงมาก) ถ้าวันที่ 2 แล้วแมวยังนอนเยอะดูเพลีย ให้รีบพาไปหาหมอเลย

.

1.2 วัดไข้หน่อย

.
ให้ใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบวัดไข้ในรูก้น แต่ถ้าแมวไม่ยอมหรือกลัวทำแมวเครียดกว่าเดิมก็ค่อยให้คุณหมอวัดไข้ก็ได้ อุณหภูมิ 37 – 39 องศาถือว่าปกติดี แต่ถ้าเกิน 39 ขึ้นไปแสดงว่าเริ่มตัวร้อนแล้ว ยิ่งเกิน 39 นิดๆ ขึ้นไปนี่ก็ไข้แล้วล่ะ รีบพาไปหาหมอเลย

แมวเป็นไข้มักนอนเยอะผิดปกติ ไม่ยอมกินอาหาร และขนด้านชี้โด่ชี้เด่ จมูกกับหูก็อาจแห้งและอุ่นได้เวลาเอานิ้วแตะตอนอุณหภูมิตัวปกติ ถึงปกติการจับหูแมวเพื่อวัดไข้นั้นเป็นวิธีที่ไม่ค่อยได้ผล แต่ถ้าจับแล้วหูแมวเย็นก็แสดงว่าไม่น่าเป็นไข้หรอก

.

1.3 พฤติกรรมการขับถ่ายของแมวเปลี่ยนไปหรือเปล่า

.

ลองสังเกตดูว่าแมวอึฉี่บ่อยแค่ไหน อึฉี่ลำบากไหม มีเลือดหรือมูกอะไรปนมาในฉี่หรือเปล่า และอึเป็นก้อนแข็งผิดปกติไหม ถ้าตอนแรกแมวท้องเสียแล้วต่อมากลับไม่ยอมอึหรือท้องผูก (อึเป็นก้อนแข็ง) ให้รีบพาไปหาหมอด่วน รวมถึงถ้าแมวไม่อึไม่ฉี่หรืออึฉี่แต่มีเลือดปนด้วย

แมวตัวผู้มักมีปัญหาเรื่องทางเดินปัสสาวะบ่อยกว่า โดยเฉพาะเรื่องฉี่ไม่ออก สัญญาณบอกเหตุคือแมวจะแวะเวียนไปที่กระบะทรายบ่อยขึ้น หรือกระทั่งมานั่งยองๆ นอกกระบะ แมวอาจนั่งเบ่งอยู่อย่างนั้นนานเป็นหลายนาทีหรือลุกเดินไปนั่งยองๆ ที่จุดอื่นเรื่อยๆ ถ้าแมวมีอาการแบบนี้ให้สังเกตว่าแมวฉี่ออกหรือเปล่า (พื้นแห้งหรือเปียก?) ถ้าแมวฉี่ ก็ดูด้วยว่ามีเลือดปนไหม

.

1.4 สังเกตเรื่องอาหารการกิน

.

ถ้าคุณสังเกตเห็นว่าแมวไม่ค่อยกินหรือกลับกันคือกินเยอะกว่าปกติ ก็คือผิดปกติทั้งคู่ ถ้าแมวไม่กินอาหารทั้งวัน เป็นไปได้หลายอย่าง เช่น แอบไปกินอาหารบ้านข้างๆ มา รู้สึกคลื่นไส้ หรืออาจมีปัญหาเรื่องไต แต่ถ้าอยู่ๆ แมวเกิดตะกละกินเยอะเป็นพิเศษ อาจแปลว่ามีปัญหาสุขภาพบางอย่าง

ถ้าแมวไม่ยอมกินอาหารนานเกิน 24 ชั่วโมง ให้พาไปตรวจร่างกายกับคุณหมอ จะได้รักษาให้ตรงจุดก่อนเกิดภาวะหรือโรคแทรกซ้อน
.

1.5 แมวขาดน้ำหรือเปล่า

.

เรื่องกินน้ำก็สำคัญ ปกติแมวจะกินน้ำมากแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับว่ากินอาหารเปียก (ทำให้ไม่ค่อยกินน้ำ) หรืออาหารเม็ด (จะกินน้ำบ่อยกว่า) ส่วนปัจจัยอื่นที่ทำให้แมวกินน้ำเยอะขึ้นก็เช่น การติดเชื้อบางอย่าง โรคไต ไฮเปอร์ไทรอยด์ แล้วก็เบาหวาน ถ้าแมวกินน้ำเยอะเป็นพิเศษก็รีบพาไปหาหมอเถอะ

หรือคุณจะลองจับตามตัวดูก็ได้ ค่อยๆ คีบหนังตรงกลางระหว่างสะบักสองข้าง แล้วดึงออกจากตัว (เบาๆ เช่นกัน) จากนั้นปล่อย ถ้าหนังไม่ดีดกลับเข้าตัวทันที แสดงว่าแมวขาดน้ำ ให้พาไปหาหมอ

.

1.6 สังเกตน้ำหนักและรูปร่างของแมว

.

น้ำหนักเปลี่ยนกะทันหันไม่ว่าเพิ่มหรือลดควรพาไปหาหมอ โดยเฉพาะน้ำหนักลดไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว เป็นสัญญาณบอกว่าแมวป่วย สังเกตได้ด้วยชั่งน้ำหนักแมวอาทิตย์ละครั้ง ถ้าแมวน้ำหนักลดลงไปเรื่อยๆ ให้รีบพาไปหาหมอทันที

ระยะเริ่มต้นของบางโรคอย่างเบาหวานหรือไฮเปอร์ไทรอยด์ แมวอาจดูปกติดีแค่น้ำหนักลดลง ถึงได้ย้ำว่าควรพาไปหาหมอถ้าแมวยังน้ำหนักลดลงเรื่อยๆ
ถ้าบางโรคอย่างมะเร็งในกระเพาะหรือโรคหัวใจ แมวจะน้ำหนักเท่าเดิม แต่ผอมลง หรือก็คือพอเอามือลูบแล้วเจอซี่โครงกับสันหลังได้ง่ายขึ้น เพราะไขมันที่ปกคลุมนั้นน้อยลง แต่หน้าท้องจะกลมเต่งแทน ถ้าคุณไม่แน่ใจก็เอาไปหาหมอจะดีที่สุด

.

1.7 ตรวจสภาพขน

.

แมวป่วยไม่ค่อยมีแรงเลยเลิกดูแลขน ทำให้ขนที่เคยเงางามกลับด้าน พันกันยุ่งเหยิง จริงอยู่ว่าเวลาแมวเครียดก็ทำเอาขนร่วงหรือแมวไม่ค่อยดูแลขนได้ แต่บางทีก็เป็นสัญญาณบอกว่าแมวป่วย ปรึกษาคุณหมอจะดีที่สุด

ที่แมวเลิกดูแลขนอาจเพราะป่วยเป็นโรคข้ออักเสบ (arthritis) พอกระดูกกระเดี้ยวมันยึดแข็งปวดตัวไปหมด ก็ทำให้เลียขนลำบากจนเลิกดูแลไปเลย เพราะฉะนั้นถ้าแมวขนด้านเมื่อไหร่ลองพาไปตรวจร่างกายเผื่อไว้ก่อนดีกว่า

.

2. สังเกตอาการผิดปกติ

.

2.1 แมวอ้วกไหม

.

ถ้าแมวอ้วกหรืออ้วกเยอะวันละหลายครั้ง แถมดูเหนื่อยๆ ป่วยๆ แปลว่าน่าจะมีอะไรผิดปกติ ถ้าแมวไม่ยอมกินน้ำหรืออ้วกหลังกินน้ำ ควรพาไปหาหมอแล้วล่ะ

แต่ปกติแมวก็ชอบอ้วกอยู่แล้วโดยที่ไม่ได้ป่วยอะไร (อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง) ประมาณว่าดีทอกซ์ตัวเอง ถ้าเป็นกรณีนี้แล้วแมวดูแข็งแรงดี มีรีแอคชั่น กินอิ่มนอนหลับตามปกติ ก็สบายใจได้

.
2.2 แมวท้องเสียไหม

.

ปกติอึแมวควรหน้าตาเหมือนไส้กรอก ไม่นิ่มเละแต่ก็ไม่แข็งโป้ก ถ้าท้องเสียอึจะเหลวไม่เป็นก้อน แสดงว่าผิดปกติ ถ้าแมวท้องเสียแต่อย่างอื่นดูปกติดี ให้รอดูอาการใน 24 ชั่วโมง บางทีแมวอาจกินอะไรผิดสำแดงเลยท้องเสีย แต่ถ้ากินอะไรเข้าไปแล้วอ้วกออก ดูเซื่องซึมไม่ร่าเริง หรืออึแล้วมีมูก (เหนียวๆ) หรือมีเลือดปน ก็รีบพาไปหาหมอเถอะ

.

2.3 แมวร่าเริงดีไหม

.

ถ้าดูเซื่องซึม ไม่ค่อยมีแรง แสดงว่าอาจมีไข้ หายใจลำบาก หรือเจ็บปวดตรงไหน จะต่างกับอีกอาการที่แมวนอนเยอะเกิน ตรงที่แบบนี้แมวตื่นแต่ไม่ค่อยมีแรงหรือดูไม่อยากทำอะไรที่เคยทำในแต่ละวัน ถ้าแมวดูซึมแถมหายใจหอบถี่ ก็พาไปหาหมอดีกว่า

นิสัยแมวเปลี่ยนไปไหม ถ้าแมวดูอ่อนแรงเป็นพิเศษ ไม่วิ่งเล่นไปมา หรือทำอะไรอย่างที่เคย แปลว่าแมวน่าจะป่วยหรือขาดสารอาหาร
.

2.4 ฟังเสียงหายใจ

.

ถ้าแมวหายใจสั้นๆ ถี่ๆ หรืออ้าปากหอบหายใจแบบหยุดไม่ได้ แสดงว่าต้องพาไปหาหมอแล้ว ให้คุณลองสังเกตดูว่าแมวหายใจลำบากมากไหม ถ้าถึงขั้นเกร็งท้องเค้นหายใจ รีบไปหาหมอด่วนเลย

บางทีแมวหายใจลำบากก็คล้ายกับเสียงครางเวลามีความสุข (เพราะหายใจเร็วเหมือนกัน) เพราะงั้นต้องลองนับจำนวนครั้งการหายใจดู ตอนที่แมวไม่ได้ครางหรือหลับอยู่ ปกติแมวจะหายใจประมาณ 20 – 30 ครั้งต่อนาที ถ้าผ่อนคลายก็ยิ่งต้องน้อยกว่านั้น

.

2.5 แมวคอเอียง ดูงงๆ มึนๆ หรือวิงเวียนไหม

.

เป็นอาการของโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ไม่ก็อาการติดเชื้อในหู ถ้าแมวแสดงอาการพวกนี้ให้รีบพาไปหาหมอ ปกติแมวมักปราดเปรียว ลุกยืนคล่องแคล่วว่องไว ถ้าอยู่ๆ แมวเกิดซุ่มซ่ามหรือคอเอียงแปลกๆ แสดงว่ามีอะไรผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณบอกโรคหลอดเลือดในสมอง ความดันสูง หรือกระทั่งเนื้องอกในสมอง ทางที่ดีให้เอาไปตรวจร่างกายกันไว้ก่อน

.

2.6 ลูบตามตัวหาก้อนแปลกปลอม

.

ส่วนใหญ่พวกตุ่ม ก้อน ฝี หรืออะไรมักไม่อันตราย แต่ถ้ามีหนองไหลหรือมีอาการแข็งกดเจ็บ ควรจะรีบพาไปตรวจ นอกจากนี้ให้คุณคอยสังเกตว่ามีรอยเกาตรงไหนติดเชื้อจนมีกลิ่นตุๆ หรือเปล่า ถ้ามีก็ต้องพาไปหาหมอเช่นกัน เพราะถ้าปล่อยไว้ อาการติดเชื้อจะลามจนเลือดเป็นพิษได้

.

2.7 ดวงตาก็สำคัญ

.

สำรวจตาแมว (จมูกด้วย) ว่ามีขี้ตาเยิ้มผิดปกติหรือเปล่า ถ้าน้ำตาแมวไหลอยู่ตลอด แปลว่าอาจแพ้อะไรบางอย่าง หรือมีปัญหาเรื่องไซนัส ถ้าขี้ตาเยิ้มแถมแมวกินน้ำเยอะและฉี่บ่อยกว่าปกติ เซื่องซึม และขนด้าน ต้องพาไปหาหมอเพราะแมวอาจไตวายได้

สังเกตการหดขยายของรูม่านตาด้วย บางโรคทำให้ตาแมวขยายดำปี๋แล้วค้างอยู่แบบนั้น เพราะงั้นถ้าเห็นแมวตาโตดำแบบนั้นอยู่ตลอด ให้พาไปเช็คกับคุณหมอดูสักหน่อย

.

2.8 สำรวจในปากแมว

.

โดยเฉพาะสีเหงือกที่เปลี่ยนไป ถ้าแมวคุณเหงือกสีเข้มไปจนถึงดำแล้วอยู่ๆ เหงือกก็ซีดขาวซะเฉยๆ แสดงว่าป่วยเข้าแล้ว กลิ่นปากก็สำคัญ ถ้าแมวปากเหม็นโดยที่ไม่ได้เป็นเพราะอาหาร ก็แปลว่ามีอะไรผิดปกติเหมือนกัน

.

วันนี้แอดเชื่อว่าหลายๆคนคงได้ความรู้ไปเพียบแล้ว ยังไงก็หมั่นดูแลสุขภาพน้องแมว เขาจะได้อยู่กับเราไปนานๆนะ ^^

ที่มา : Wikihow 

หากคุณชื่นชอบเรื่อง หมาๆ แมวๆ และสัตว์โลกน่ารัก ติดตามได้ที่แฟนเพจ Dog vs Cat แมวซ่าส์ หมาบ๊องส์